วัดหายโศก
      วัดหายโศก ตั้งอยู่ถนนริมโขง
ในบริเวณใกล้ๆวัด ก็จะมีร้านอาหารริมโขง ไว้คอยบริการ
ให้เราได้นั่งกินและชมบรรยากาศไปด้วยในตัว ส่วนใน
บริเวณวัดเองยังเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่สองนางซึ่งมี
ตำนานมา่ช้านาน ที่เล่าขานกันมาเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง
ตอนท้ายครัับ
ในบริเวณหลังวัดหายโศกนี้ ยังเป็นท่าเรือที่ใช้ขนถ่าย
สินค้าข้ามไปยังฝั่งลาว รวมทั้งเรือโดยสารข้ามไปฝั่งลาว
ด้วย ส่วนมากที่สังเกตเห็นผู้คนก็จะชอบมานั่งเล่นบริเวณ
หลังวัด หรือท่าเรือนี้ เพราะว่าบรรยากาศดี มองเห็นสะ
พานมิตรภาพไทยลาวได้อย่างชัดเจน อีกอย่างลมโชย
เย็นสบายครับ แต่ถ้าใครกลัวดำก็อย่านั่งนานนะ เพราะ
ก็ดำเอาเรื่องเหมือนกันครับ
ไม่ต้องกลัวความดำครับ กลัวแค่ว่าถ้าไม่มาก็ไม่ได้
ชมบรรยากาศดี ๆีแบบนี้ละกันครับ 
  และในช่วงเย็นๆ นั้นถนนริมโขงใกล้ๆวัดซึ่งกระเถิบ
ออกไปอีกนิด ๆ ก็จะมีร้านสไตล์ผับให้ได้นั่งจิบ ดื่มอะไร
เย็นๆ อีกด้วย ขอแนะนำนะว่าถ้าอยากไปเดินเล่น
ชมวิว..ก็ไปช่วงเย็นๆ ถึงจะดีหรือไม่ก็เช้าไปเลย ไปเดิน
ออกกำลังกาย ก็ได้ครับ ผู้คนซึ่งเป็นคนพื้นที่หรือไม่ก็
ชาวต่างชาตินิยมปั่นจักรยานชมวิวริมโขงกัน ค่อนข้าง
เยอะครับ 

      ถ้าได้มีโอกาสมาเที่ยวที่หนองคายผมว่าลองใช้เวลา
กับหนองคายเยอะหน่อย ค้นหาความมีเสน่ห์ของหนอง
คาย  ผมว่าในหนองคายก็มีความสงบ และความมีเสน่ห์
ในตัวของมันเองเหมือนกัน
 
ท่าเรือวัดหายโศก ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองหนองคาย  ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่จะไปเดินเที่ยวหรือหาของกินทางด้านหลังของวัดซึ่ง
อยู่ติดริมน้ำโขง และผู้คนก็ยังนิยมไปกราบไหว้ศาลเจ้าแม่สองนางซึ่งมีตำนานเล่าขานกันมาเป็นเวลานาน เดี่ยวผมจะเล่าให้ฟังด้านล่าง
นะครับผมก็ฟังและดูจากเอกสารที่คนดูแลศาลเจ้าแม่เค้าให้ผมมาหนะครับ
 
 
 
 
 
 
   
ศาลเจ้าแม่สองนาง
ตั้งอยู่ที่วัดหายโศก อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย
   ศาลเจ้าแม่สองนางก็มีเรื่องราวเล่าขานกันมานาน
แล้วครับผมก็ไปฟังเรื่องราวจากพี่ที่เค้าดูแลศาลเจ้า
แม่แหล่ะครับ ผมว่าเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องของความเชื่อ
ของคนพื้นที่ส่วนผมเองผมคิดว่ามันมีความน่าสนใจดี
ครับผมก็เลยอยากนำเสนอเรื่องราวและก็ตำนานของ
ศาลเจ้าแม่สองนางให้ผู้คนได้รับทราบเรื่องราวเหล่านี้
ซึ่งก็เป็นความเชื่อของผู้คนในพื้นที่กันมาเป็นเวลา
นานและก็มีเรื่องราวและปาฎิิหารต่างๆ เกิดขึ้นกับคนพื้น
ที่ ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้นผมขอนำข้อความของ
ตำนานเจ้าแม่สองนานมานำเสนอให้ได้รับรู้เรื่องราว
กันเลยละกันครับ
 
 

ประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าแม่สองนางโดยสังเขป

  เจ้าแม่สองนางเป็นลูกกษัตริย์อยู่ประเทศลาว องค์พี่ชื่อมัคชี องค์น้องชื่อศรีสุวรรณ พอบ้านเมืองเกิดสงคราม เจ้าแม่สองนางได้สมบัติ
ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็น ได้นั่งเรือพร้อมทหาร สนมบริวารที่เหลือ ล่องลงมาตามลำแม่น้ำโขง พอมาถึงท่าน้ำวัดหายโศก ซึ่งในสมัย
นั้นเป็นห้วยน้ำจะไหลเชี่ยวแรงเป็นน้ำวล เรือของคณะเจ้าแม่สองนางจึงล่มลงกลางลำแม่น้ำโขง ทำให้คณะของเจ้าแม่สองนางเสีย
ทั้งหมดชีวิต ต่อมาวิญญาญเจ้าแม่สองนางได้มานิมิตเข้าฝันเจ้าอาวาสวัดหายโศกองค์แรก แต่ยังไม่สามารถรู้ว่าชื่อของเจ้าอาวาสองค์
นั้นชื่ออะไร วิญญาณของเจ้าแม่สองนางได้บอกเจ้าอาวาสวัดหายโศก ให้ตั้งศาลเพียงตาให้เพราะว่าอยากอยู่ที่นี่ พอรุ่งเช้าเจ้าอาวาส
จึงได้นำชาวบ้านมาทำศาลให้ที่ปากห้วย ทำเป็นศาลไม้ทรงไทย 2 หลังคู่กัน ดังนั้นชาวบ้านจึงเรียกชื่อว่า ศาลเจ้าแม่สองนาง
ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

     ความปาฎิหารของเจ้าแม่สองนาง
    ในสมัยนั้นเจ้าแม่สองนางจะแปลงร่างเป็นงู 2 ตัว หรือพญานาคีคู่ หรือพญานาค2 ตน สมัยนั้นน้ำประปายังไม่มีชาวบ้านในละแวกนั้น
จะใช้แม่น้ำโขงอุปโภค-บริโภค ถ้าวันไหนเหตุการณ์ไม่ปกติ จะมีปรากฎการณ์คือ จะมีงูมาไล่ชาวบ้านให้ขึ้นจากน้ำโขง ถ้าชาวบ้านเห็น
งูก็จะรู้ว่าเป็นเจ้าแม่สองนางได้มาบอกเหตุให้ขึ้นฝั่ง ถ้าคนไหนไม่เชื่อยังคงเล่นน้ำโขงอยู่ อีกไม่นานก็จะมีคนจมน้ำตายหรือหายไปกับ
สายน้ำโขง ดังนั้นชาวบ้านและผู้คนในละแวกนั้นจึงเชื่อและนับถือเจ้าแม่สองนางเป็นต้นมา
  ความศักดิ์สิทธ์ของเจ้าแม่สองนาง
   สมัยนั้นชาวไทยและชาวลาวได้มากราลไหว้เจ้าแม่สองนาง ขอความช่วยเหลือส่ิงใดก็จะสำเร็จสิ่งนั้นตลอดมา จึงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
คู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดหนองคายและชาวลาวตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนมากศาลเจ้าแม่สองนางจะมีอยู่ตามลำน้ำโ่ขงตลอดสาย
คนไทยและคนลาวที่ทำมาหากินตามลำน้ำโขงจึงนับถือเจ้าแม่สองนางเป็นอย่างมาก ก่อนจะเดินทางข้ามแม่น้ำโขง ก็จะร้องบอกเจ้า
แม่สองนางให้รู้และช่วยปกป้องรักษาให้ปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ   

ต่อมาหลังจากบุญบั้งไฟเดือน 7 จะมีพิธีบวงสรวงเจ้าแม่สองนาง ในวันนั้นจะมีร่างทรงลงมาประทับร่างและจะมีการรำดาบ ถวายเหล้าไห
ไก่ตัว มะพร้าว กล้วย และอาหารคาวหวานให้แก่เจ้าแม่และเจ้าแม่ต่างๆ ที่มาในวันนั้นก็จะมีพิธีลอยแพ เพื่อถวายให้แก่เจ้าแม่คงคาและ
พญานาค ต่อมาก็จะเป็นพิธีสู่ขวัญและผูกข้อมือให้แก่ลูกหลาน และชาวบ้านที่มาในงานนั้นเป็นอันเสร็จพิธี และวันออกพรรษาก็จะมีการ
แข็งขันเรือยาวและทำเป็นปราสาทผึ้งประจำทุกปี เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้านและชาวจังหงัดหนองคาย

       ความเจริญได้เข้า  ทางราชการและชาวบ้านจึงได้ทำการถมห้วยหรือลำคลองนั้นศาลเจ้าแม่สองนางจึงได้ย้ายมาอยู่ยังข้าง
วิหารเก่า(โบสถ์เล็ก) ของวัดหายโศก โดยชาวบ้านและสมาคมพ่อค้าชาวจีนได้สร้างศาลเจ้าแม่สองนางเป็นแบบศาลเจ้าจีน และอยู่มา
จนถึงปัจจุบัน
     เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2549 เวลา 9.09 ชาวคุ้มหายโศก ศรีชมชื่ม พ่อค้าและประชาชน และร่างทรงของเจ้าแม่สองนางได้อัญเชิญ
เจ้าแม่สองนางขึ้นศาลหลังใหม่เป็นศาลทรงไทยแบบโบราณที่อยู่ข้างศาลาการเปรียญของวัดหายโศก ที่ทางเทศบาลเมืองหนองคาย
จ้างบริษัทลิ่มพงศ์พันธ์เป็นผู้ก่อสร้างปัจจุบันศาลเจ้าแม่สองนางตั้งอยู่ที่ วัดหายโศก เลขที่ 1068 ถนนหายโศก ต.ในเมือง อ,เมือง
จังหวัดหนองคาย 43000

ข้อมูลจากผู้เฒ่าผู้แก่ชาวคุ้มหายและศรีชมชื่นแกกละคณะผู้ดูแลศาลเจ้าแม่สองนาง
และเจ้าอาวาสวัดหายโศกเป็นผู้เล่าประวัติความเป็นมาของเจ้าแม่สองนาง

dreamweaver widget Counters