![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
โกออนไทยแลนด์-ศุนย์คชศึกษา (Elephant Study Center)
|
|||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
สถานที่แสดงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง อาทิ โครงกระดูกช้าง เครื่องมือในการคล้องช้าง ภาพวิธีการจับช้างในรูปแบบต่างๆ ลักษณะของช้างสำคัญๆ วิถีความผูกพันระหว่างคนกับช้าง พิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับช้าง การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับช้างที่เสียชีวิต วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวกูยวิวัฒนาการของช้าง โรคของช้าง อาหารและยาสมุนไพรช้าง ภาพช้างในยุคต่างๆเป็นต้น The elephant museum has exhibition regarding elephants,such as preserved elephant skeletons, elephant controlling tools photographs showing how the "Kui" mahouts and their elephants are related. It also feature ceremonies and merit making for the death elephants among many other activities. Visitor of the museum are able to learn how the "Kui" people are dressed traditionally, as well as how healthcare practices for elephants are done. |
||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ศาลประกำ |
||
| According to the Kui's tradition, the Pakam Spirit House is where dead ancestors of the "Kui" people are believed to be living in, together with the revered Pakam spirit, Built facing the north, the house, in a detached form, is often in a community compound. It is used to keep the sacred "Pa Kam leather" made of buffalo leather, and other elephant controlling tools. According to the locals, before doing and kind of activity, they have to pay homage to the house to inform the spirits and ask for their blessing.Fortune-telling is also part of the ceremony. The Ceremonies performed at the house must be carried out by the elderly shamans, the house owner who organizes the ceremony, along with his relatives. Importantly, it must be male attendants who are able to enter the spirit house. Female ones must stay far from touching the sacred "Pa Kam leather". All of the attendants must sit on the ground during the ceremony being processed. |
|||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
| ภาพข้างบนนี้ก็เป็นพิธีไหว้ศาลปะกำ ก็จะมีหมอช้างเข้าร่วมทำพิธี เซ่นไหว้ | ||||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
แม่น้ำมูล เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดสุรินทร์ไหลผ่านพื้นที่ อ.ชุมพลบุรี ท่าตูม และรัตนบุรีสร้างความอุดม สมบูรณ์และคุณประโยชน์ อย่างมากมายแก่ประชาชนตลอดทั้งสองฝั่งแม่น้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่ แม่น้ำมูลไหลมา่บรรจบกับลำน้ำชี ที่บ้านตากลางต.กระโพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งชาวบ้านแถบนั้นเรียกว่า "วังทะลุ" ได้ก่อให้เกิดป่าบุ่งป่าทามที่มีความอุดมสมบูรณ์ และมีความหลากหลายทางชีวภาพเหมาะสมต่อ การเลี้ยงช้าง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์น้ำและปลาน้ำจืดนานาชนิด ครอบคลุมพื้นที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ อ.ชุมพลบุรีและอ.ท่าตูมจ.สุรินทร์ จากความอุดมสมบูรณ์ของป่าบุ่งป่าทามในบริเวณวังทะลุ ชาวกุยผู้เลี้ยงช้าง จึงนิยมนำช้างมาปล่อยให้หากินพืชอาหารช้างที่มีอยู่ตามธรรมชาติ และก่อนนำช้างกลับบ้านในยามเย็นก็จะพา ช้างลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นทุกครั้งไป ภาพช้างจำนวนมาลงเล่นน้ำอย่างสบายอารมณ์ท่ามกลางสายน้ำที่แวดล้อมไปด้วยป่าบุ่งป่าทามที่กว้าง ใหญ่ไพศาล ก่อให้เกิดทัศนียภาพที่งดงามซึ่งหาชมได้ยาก และสร้างแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ อยากที่จะมาสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนกับช้างซึ่งมีความผูกพันกันอย่างแน่นแฟ้น ณ ที่แห่งนี้ เพื่อชมความน่ารักของช้างที่กำลังเล่นน้ำอย่างไม่อาจสายตาที่กำลังจ้องมองอยู่ท่ามกลางทัศนีย- ภาพที่งดงาม |
|||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
| The Moon River is the most important river of Surin province, flowing from the districts of Choom Phon Buri, Tha Toom and Rattana Buri, enriching the regions and local people with natural abundance. In the area of Ta Klang village, where elephants are living, the river forms a special site called "Wang Ta Loo" area, where the Moon and the Chee Rivers meet, Forming a forest that provides ecological benefits and conserves the biodiversity of flora and fauna. This area is suitable for raising elephants. This part of the river has been a breeding ground for fishes and other animals beginning in the district of Sa Tuek of Buri Ram province. The "Kui" people of the village usually bring elephants to the forests so that their animals and can feed on natural vegetations. After finishing their meal and returing home brfore dark, the elephants will be allowed to go bathing in the the river. The scene of elephant bathing is so impressing that who-ever passes by, must stop and takes a look at. The scene is rarely seen in the West or elsewhere . That's why those who need to know more about the big and lovely animal called "elephant" or literally "Chang" in Thai, have to pay attention to, beside getting impressed with beautiful, unspoiled landscape. |
||||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
เมื่อช้างไดุ้ทำพิธีเซ่นไหวและลงเล่นน้ำ้ที่วังทะลุเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินทางกลับบ้าน งานบวชนาคนี้จะมีขึ้น เป็นประจำทุกๆปี ช่วงระหว่างวันขึ้น 13-15ค่ำ เดือนหก ของทุกปีเป็นงานอุปสมบท ที่จัดแต่งขบวนช้างนับร้อย เชือกแห่นาคไปวังทะลุ เพื่อบูชาเซ่นไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นงานประเพณีที่น่าสนใจมาก และก็มีคุณค่าน่าจะ ร่วมกันอนุรักษ์ขนบธรรมประเพณีดีๆอย่างนี้ไว้ให้คงอยู่คู่กับเราตลอดไป ผมมีโอกาศได้ไปสุรินทร์เป็นครั้งแรกก็งานนี้ เราตั้งใจไปสุรินทร์และตั้งใจไปงานนี้โดยเฉพาะเลย เพราะ เราเป็นคนไทยอยากเป็นส่วนหนึ่งของการได้ช่วยรณรงค์อนุรักษ์ช้างไทย อยากให้ช้างอยู่ในพื้นที่ของเค้าโดย ไม่ต้องมาเดินเร่ร่อนตามท้องถนน เสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดกับช้าง เพราะว่าช้างตัวใหญ่นะ เวลาเกิดอะไรขึ้น ถ้าจะช่วยเหลืออะไรก็ลำบากครับ |
|||
ผมอยากเป็นส่วนหนึ่งช่วยเหลือช้างไทยของเรา ผมอยากให้ไปเีที่ยวสุรินทร์กันเยอะๆ หรือถ้าไม่ไปก็อยากให้ช่วยกันบริจาคเงินเพียงเล็กน้อยของท่านๆทั้งหลายคนละนิดคนละหน่อยเพื่่อช่วยเหล่าช้างคู่บ้านคู่เมืองของเรา |
||||||
| ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวสุรินทร์ก็แวะไปดูครับ ส่วนการเดินทางก็ไปทางรถยนต์จะสะดวกครับเพราะว่าออกจากตัวเมืองสุรินทร์มา58กิโลเมตรแล้วต้องเลี้ยวเข้าหมู่บ้านอีก22กิโลเมตร ช่วง22 กิโลเนี่ยะครับ ผมไม่แน่ใจ ว่าจะมีรถรับจ้างเข้าไปไม๊ อาจจะมีก็ได้ครับ วันนั่นที่ไปไม่เห็นรถครับ ยังไงก็ลองสอบถามไปที่ศูนย์คชสารก่อนก็ได้ครับ ต้องขอโทษจริงๆ ผมก็ลืมถามเค้าไป แต่ถ้าขับรถไปเองจะสะดวกครับ ส่วนในต.กระโพก็มีแหล่งท่อง เที่ยวหลายที่ครับ โฮมสเตย์ก็มีครับ (ขอพักก่อนครับเดี่ยวค่อยกลับมาเขียนต่อ) |
||||||
| คลิปงานบวชนาคช้าง2009 | ||||||
| ูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง คุณกฤตพล ศาลางาม(ผู้จัดการศูนย์) โทร.0-4414-5050,083-4699-945 www.surinpao.org |
||||||